เป็นภาวะการตั้งครรภ์ผิดปกติประเภทหนึ่งที่เกิดการปฏิสนธิแต่ไม่มีตัวอ่อนหรือตัวอ่อนอาจเกิดการฝ่อและสลายตัวไปเองในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เหลือเพียงถุงตั้งครรภ์อย่างเดียว ท้องลมสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงอายุ แต่ยิ่งมีอายุมากขึ้น (อายุ 35 ปีขึ้นไป) ความเสี่ยงก็มากขึ้นตามไปด้วย แม้จะเป็นภาวะที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบมักเกิดจากโครโมโซมผิดปกติ, ไข่มีสภาพไม่สมบูรณ์ รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายของคุณแม่ไม่ดีพอ เช่น พักผ่อนน้อย สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ฯลฯ
ทำไม ท้องลม มีผลตรวจการตั้งครรภ์เป็นบวก ?
การตรวจการตั้งครรภ์ สามารถทำได้ 3 วิธี คือ การตรวจโดยใช้ปัสสาวะ การตรวจโดยใช้เลือด และการตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวนด์ สำหรับ 2 วิธีแรก จะใช้ในการตรวจหาฮอร์โมนที่ชื่อว่า HCG (human chorionic gonadotropin) เนื่องจากเป็นฮอร์โมนที่แสดงการตั้งครรภ์ถูกสร้างจากรกหลังจากเกิดการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ และตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกแล้วอย่างน้อย 6 วัน โดยในช่วงแรก HCG จะมีค่าต่ำมาก แต่จะมีค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ค่าของผลตรวจขึ้นเป็นบวกเหมือนกับการตั้งครรภ์ปกติ ส่วนวิธีที่ 3 การตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวนด์ จะตรวจพบถุงตั้งครรภ์เหมือนกันตั้งครรภ์ปกติ แต่ไม่พบตัวอ่อนในถุงตั้งครรภ์นั้น
อาการของคุณแม่ที่มีภาวะท้องลม
อาการนี้จะเหมือนคนที่ตั้งครรภ์ปกติทั่วไป เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ คัดเต้านม คลื่นไส้ เพียงแต่อาการจะน้อยกว่าคนตั้งครรภ์ปกติ เพราะฮอร์โมน HCG จะมีระดับต่ำกว่าปกติ จึงทำให้คนท้องลมบางคนไม่ค่อยมีอาการแพ้ท้องหรือมีอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากคนปกติ
เราสามารถป้องกันการเกิดภาวะท้องลมได้หรือไม่?
หากเป็นการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ จะไม่สามารถป้องกันภาวะท้องลมได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมของทั้งสองฝ่าย จากการศึกษาพบว่า มีโอกาสที่คู่สมรสคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้ถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมให้กับตัวอ่อนได้ แต่กรณีของผู้หญิง โอกาสเกิดภาวะนี้จะสัมพันธ์กับอายุ ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งเสี่ยงมาก เนื่องจากโอกาสที่ไข่จะยังมีความสมบูรณ์ทางพันธุกรรมอยู่จะลดน้อยลงตามอายุ
นอกจากนี้ หากคุณแม่เคยมีประวัติท้องลมมาก่อน ความเสี่ยงในการเป็นภาวะนี้ในการตั้งครรภ์อีกครั้งจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
หากเคยเป็นท้องลมแล้วจะมีลูกได้หรือไม่
หลายคนอาจสงสัยหรือมีความกังวลว่าหากตัวเองเป็นท้องลมแล้วสามารถมีลูกได้อีกหรือไม่ การเกิดท้องลมจะมีภาวะคล้าย ๆ กันกับการแท้ง โดยทั่วไปจะถือว่าคนที่แท้งหรือเกิดท้องลมมาแล้ว 1 ครั้ง สามารถมีโอกาสมีลูกได้เหมือนคนปกติโดยไม่ต้องกังวล แต่สามารถเกิดเป็นท้องลมอีกได้ และหากว่าเกิดท้องลมซ้ำ ๆ 2–3 ครั้งขึ้นไป ควรปรีกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การดูแลและการได้กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะท้องลม ซึ่งจะช่วยให้ผ่านปัญหาและสภาวะนี้ไปได้ ควบคู่ไปกับการได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อให้ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในการดูแลร่างกาย

- By Mr. whiteroom med
- บทความเพื่อคุณแม่และลูกน้อย