มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือชนิดของมะเร็งที่เกิดที่ลำไส้ใหญ่ (หรือที่เรียกว่าลำไส้ใหญ่โคลอน) และอยู่ส่วนปลายสุดของระบบทางเดินอาหาร บางครั้งถูกเรียกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (colorectal cancer) เนื่องจากเกิดมะเร็งขึ้นที่ลำไส้ใหญ่และมะเร็งทวารหนัก มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถเป็นได้ทุกวัย แต่มักจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ มะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะเริ่มต้นจากติ่งเนื้อเล็กๆ เรียกว่าโพลิพ (polyps) ซึ่งเป็นหนึ่งในก้อนเนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง และก่อตัวด้านในลำไส้ใหญ่ หลังจากนั้น ติ่งเนื้อจะพัฒนากลายมาเป็นมะเร็ง
อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่เกิดเนื้องอก ในผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการในช่วงแรกเริ่มได้เป็นระยะเวลาหลายปี แต่เมื่อโรคเกิดการพัฒนาจนรุนแรงขึ้นถึงจะมีอาการแสดงออก ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมักเกิดขึ้นนานหลายสัปดาห์ เช่น ท้องเสีย ท้องผูก และลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไป
ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
รู้สึกถ่ายไม่สุด
ปวดท้อง รู้สึกแน่นอึดอัดบริเวณช่วงท้องเหมือนมีแก๊สในท้อง และท้องอืด
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
น้ำหนักลงโดยไม่มีสาเหตุ
หากสังเกตว่าเริ่มมีอาการหลายอย่างของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ข้างต้น โดยเฉพาะการถ่ายเป็นเลือดหรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหาโรค เพราะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่มีอาการที่เฉพาะเจาะจง
สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ปัจจัยที่เกิดจากภายใน
- อายุมากขึ้น โดยเฉลี่ยผู้มีอายุประมาณ 60 ปี จะมีความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น
- เป็นโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- มีประวัติมะเร็งในญาติสายตรง มักพบประมาณ 5% ของผู้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยกลุ่มมะเร็งที่พบร่วมบ่อย เช่น มะเร็งมดลูก
ปัจจัยที่เกิดจากภายนอก
- รับประทานเนื้อแดง หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ
- สูบบุหรี่เป็นประจำ
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยต้องดูความรุนแรงของโรคและชนิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ผู้ป่วยเป็น ทั้งนี้อาจใช้การรักษาเพียงวิธีเดียวในการรักษาหรือใช้หลายวิธีสลับกัน
การผ่าตัด
การผ่าตัดเป็นการรักษาหลักที่แพทย์มักใช้ในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งเกิดบริเวณส่วนใด รุนแรงมากน้อยแค่ไหน การรักษาด้วยการผ่าตัดมักต้องรักษาควบคู่กับการทำเคมีบำบัด อาจเป็นก่อนหรือหลังการผ่าตัดก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
