
- By Mr. whiteroom med
- บทความเพื่อคุณแม่และลูกน้อย
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นภาวะที่หญิงตั้งครรภ์มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และลดภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งหลังคลอด แต่หากผู้ป่วยเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ด้วย
เบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
- เป็นเบาหวานอยู่แล้วก่อนการตั้งครรภ์ (Pre-Gestational Diabetes Mellitus หรือ Pre-GDM) เป็นชนิดที่พบได้ทั้งในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 (ผลิตฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนได้น้อย ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน) หรือเบาหวานชนิดที่ 2 (ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินต่ำ ทำให้กระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันผิดปกติไป) เบาหวานในลักษณะก่อนตั้งครรภ์นี้จะมีความรุนแรงมากกว่าลักษณะที่ 2 โดยตัวโรคจะมีผลต่อการสร้างอวัยวะของทารก ซึ่งอาจทำให้ทารกผิดปกติและทำให้แท้งบุตรได้ง่าย
- เพิ่งเป็นเบาหวานในขณะกำลังตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Mellitus หรือ GDM) เป็นกรณีที่พบได้ประมาณ 12.9% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหมด[3] และพบได้ประมาณ 90% ของเบาหวานที่พบในคุณแม่ตั้งครรภ์[5] โดยมักพบหลังการตั้งครรภ์ได้ 24-28 สัปดาห์ (แต่มีโอกาสเกิดได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 20-28 สัปดาห์) อาจทำให้ทารกตัวโต อวัยวะใหญ่ คลอดได้ยาก (จากการติดไหล่ของทารก) และการเกิดแท้งในระยะใกล้คลอด
เวลาที่ควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรทำในช่วงอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์
- หากมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แพทย์จะตรวจคัดกรองโรคเบาหวานตั้งแต่ครั้งแรกที่มาฝากครรภ์
ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- มีน้ำหนักเกิน
- เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มาก่อนในครรภ์ก่อนหน้า
- ครอบครัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
- มีภาวะก่อนเป็นเบาหวาน ซึ่งหมายถึงมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ไม่สูงพอที่จะวินิจฉัยว่า เป็นโรคเบาหวาน
- เป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS)
การป้องกันเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจไม่สามารถป้องกันได้เสมอไป อย่างไรก็ตาม แนวทางต่อไปนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีเส้นใยสูง แต่มีไขมัน น้ำตาล และแคลอรี่ต่ำ เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช แต่ควรรับประทานอาหารให้หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งก่อนตั้งครรภ์และขณะตั้งครรภ์ โดยเลือกวิธีออกกำลังกายที่ใช้แรงระดับปานกลาง เช่น เดิน ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมก่อนเตรียมตัวตั้งครรภ์ และควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์
หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน เช่น ยาเพรดนิโซน เป็นต้น