มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer) คือ โรคที่เกิดจากการที่มีเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตในรังไข่* จัดเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุดของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิง เพราะผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในระยะที่มะเร็งลุกลามไปมากแล้ว เนื่องจากโรคนี้ในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดง หรือมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นมะเร็งรังไข่ (พบว่า มีผู้ป่วยเพียง 25% เท่านั้นที่จะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ได้ก่อนที่มะเร็งจะแพร่กระจาย ซึ่งการตรวจพบได้ในระยะแรกนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคให้หายขาดได้)
อาการของมะเร็งรังไข่
อาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยที่สุดได้แก่ อาการท้องโตอืดขึ้น เนื่องจากในท้องมีน้ำหรือมีก้อนเนื้องอกใหญ่ แน่นอึดอัดในท้อง ปวดท้อง ซึ่งเป็นอาการของโรคที่ได้แพร่กระจายไปในช่องท้องมากแล้ว นอกจากนี้ผู้ป่วยที่โรคยังเป็นไม่มาก อาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย ท้องผูกแน่นเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับโรคใดโรคหนึ่ง ฉะนั้นผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มีอาการดังกล่าวและได้รับการรักษาด้วยยาโรคกระเพาะอาหารแล้วไม่ดีขึ้น ควรต้องนึกถึงโรคมะเร็งรังไข่ไว้บ้าง อาการอื่นที่พบ ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักตัวลด การปวดท้องเฉียบพลันอาการบิดขั้ว ก้อนแตกหรือเลือดออกในช่องท้อง บางรายอาจไม่มีอาการซึ่งอาจตรวจพบจากการตรวจภายใน หรือการตรวจร่างกายทั่วไป
สาเหตุของมะเร็งรังไข่
– การมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เพราะพบโรคนี้ได้สูงในช่วงอายุ 40-60 ปี
– การมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนช้า (หมดช้ากว่าอายุ 55 ปี)
– การคลอดบุตรคนแรกหลังจากอายุ 30 ปีไปแล้ว
– การไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อย เพราะพบโรคนี้ในคนที่ไม่เคยตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์เพียง 1-2 ครรภ์ ได้สูงกว่าในคนที่ตั้งครรภ์มากกว่านี้
– การใช้ยากระตุ้นการตกไข่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตั้งครรภ์ เช่น ในภาวะมีบุตรยาก
– การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือนติดต่อกันนานเกิน 5 ปี
– การมีภาวะอ้วนตั้งแต่วัย 18 ปี เพราะพบโรคนี้ในคนอ้วนสูงกว่าในคนผอม
– เคยเป็นโรคมะเร็งรังไข่มาแล้วข้างหนึ่ง โรคมะเร็งเต้านม และ/หรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
– สภาพแวดล้อม เช่น สารเคมี อาหาร เนื่องจากพบโรคนี้ในประเทศอุตสาหกรรมมากกว่าประเทศเกษตรกรรม
– มีการศึกษาพบว่า การใช้แป้งบริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ แต่อาจเป็นเพราะแป้งในสมัยก่อนมีสารปนเปื้อนก็ได้
วิธีการรักษามะเร็งรังไข่
การรักษามะเร็งรังไข่มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย การรักษาที่นิยมใช้ได้แก่:
• การผ่าตัด: เพื่อตัดรังไข่หรือส่วนที่มีมะเร็งออก
• การทำเคมีบำบัด: ใช้ยาเคมีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
• การฉายรังสี: ใช้รังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
• การรักษาด้วยฮอร์โมน: ใช้ในบางกรณีเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
การตรวจจากภาพถ่าย การตรวจมะเร็งรังไข่จากภาพถ่ายจะช่วยให้แพทย์เห็นขนาดและรูปทรงของรังไข่ และการกระจายตัวของมะเร็งจากรังไข่ไปยังอวัยวะอื่น ๆ ซึ่งการตรวจด้วยภาพถ่ายทำได้หลายวิธี เช่น การอัลตราซาวด์ การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการตรวจความเปลี่ยนแปลงทางเคมี (PET Scan) เป็นต้น
การตรวจเลือด จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงสุขภาพร่างกายโดยรวม โดยจะตรวจดูการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ พร้อมทั้งตรวจหาค่าบ่งชี้มะเร็งรังไข่ (Cancer Antigen 125: CA-125) และตรวจวัดปริมาณสารบ่งชี้มะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) หรือเอนไซม์แลคเตทดีไฮโดรจีเนส (Lactate Dehydrogenase: LDH)
วิธีป้องกันมะเร็งรังไข่
การป้องกันมะเร็งรังไข่ทำได้ยาก แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ:
• ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
• การคลอดลูกและให้นมบุตร
• พิจารณาการผ่าตัดป้องกันในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
• ตรวจสุขภาพประจำปีและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจมี
