รกเกาะต่ำคือภาวะที่รกเกาะอยู่ที่ผนังมดลูกส่วนล่าง หรือ ใกล้กับปากมดลูก หรืออาจคลุมบริเวณปากมดลูก ซึ่งเมื่อคุณแม่มีอาการเจ็บครรภ์คลอด จะมีเลือดออกช่องคลอด มีโอกาสเสียเลือดมาก และอาจมีอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ค่ะ
สาเหตุ
ไม่ทราบสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การผ่าตัดคลอดครั้งก่อน การคลอดบุตร, เคยตั้งครรภ์มาก่อน, อุ้มลูกแฝดหรือทริปเล็ท, มีรกเกาะต่ำหรือผ่าตัดมดลูก, อายุ 35 ปี หรือมากกว่า เป็นชาวเอเชีย และสูบบุหรี่
อาการส่วนใหญ่มักจะมีเลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่เจ็บปวด มักจะเป็นในช่วงไตรมาสสองหรือสาม การบีบตัวของมดลูกอาจมีหรือไม่ก็ได้ มดลูกจะนิ่มไม่เจ็บ ภาวะเครียดของทารกในครรภ์มักไม่ค่อยเกิดขึ้น
อาการของรกเกาะต่ำ
รกเกาะต่ำอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงระหว่างปลายไตรมาสที่ 2 ถึงต้นไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ โดยอาจพบอาการดังต่อไปนี้
• มีเลือดไหลออกมาจากทางช่องคลอดเล็กน้อยหรือปริมาณมาก ตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยเลือดอาจหยุดไหลช่วงหนึ่ง แล้วกลับมาไหลอีกในช่วง 2-3 วันหรือในช่วงสัปดาห์ต่อมา
• ส่วนมากมักไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ แต่บางรายอาจมีอาการปวดเล็กน้อย รู้สึกเจ็บแปลบ หรือมีการบีบตัวของมดลูกร่วมด้วย
หากเสียเลือดมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น ผิวซีด หายใจหอบถี่ ชีพจรอ่อนหรือเต้นเร็วกว่าปกติ ความดันในเลือดลดต่ำลง โลหิตจาง เป็นต้น
โดยลักษณะการเกิดภาวะรกเกาะต่ำแบ่งได้ 4 ประเภท คือ
• Low-Lying รกจะอยู่บริเวณด้านล่างใกล้กับขอบของปากมดลูก จะเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นถึงช่วงกลางของการตั้งครรภ์ แต่ยังคลอดทางช่องคลอดได้ตามปกติ
• Marginal รกจะอยู่ที่บริเวณส่วนล่างของมดลูก และจะดันถูกปากมดลูก อาจทำให้เสียเลือดมากขณะคลอด มีโอกาสคลอดทางช่องคลอดได้ตามปกติ หรืออาจต้องผ่าคลอด
• Partial รกจะปิดขวางหรือคลุมที่บริเวณปากมดลูกบางส่วน มักจะต้องผ่าคลอด
• Complete รกจะปิดหรือคลุมที่บริเวณปากมดลูกทั้งหมด ทำให้คลอดทางช่องคลอดตามปกติไม่ได้ จึงต้องผ่าคลอด แต่อาจทำให้เสียเลือดมาก รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด
วิธีรักษารกเกาะต่ำมีหลักในการพิจารณาดังนี้
1. ปริมาณเลือดและความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน
• ในกรณีที่ไม่มีเลือดหรือมีเลือดออกเพียงเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้นอนพักอยู่บนเตียงที่บ้าน ลดการเคลื่อนไหวของร่างกาย หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
• ในกรณีที่มีเลือดออกมาก แพทย์อาจแนะนำให้นอนพักที่โรงพยาบาล และจำเป็นต้องให้เลือดเพื่อทดแทนเลือดที่เสียไป แพทย์อาจให้ยาป้องกันการคลอดก่อนกำหนด หรือมีการเตรียมผ่าคลอด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของมารดาและทารกเป็นสำคัญ
