คุณแม่บางคนอาจมีอาการแพ้ท้องซึ่งสามารถพบได้ในช่วง 3 เดือนแรก โดยอาจมีอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลไม่ว่าจะเป็น คลื่นไส้ ไวต่อกลิ่น หรือหงุดหงิดง่าย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณแม่อาจจะกำลังตั้งครรภ์
ทั้งนี้คุณแม่มือใหม่บางคนอาจมีอาการท้องไม่รู้ตัว และไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ การเลือกใช้วิธีตรวจครรภ์ที่เหมาะสมอย่างการตรวจครรภ์โดยดูค่า HCG จะช่วยให้คุณแม่ทราบผลได้อย่างชัดเจนว่ากำลังตั้งครรภ์หรือไม่ได้ตั้งครรภ์ สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่รู้ว่าค่า HCG คืออะไร สามารถมาทำความรู้จักกับค่า HCG ไปพร้อมๆ กันได้ในบทความนี้
ค่า HCG คืออะไร
ค่า HCG (Human Chorionic Gonadotropin) คือฮอร์โมนที่รกในร่างกายผู้หญิงผลิตขึ้นมาขณะตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในปัสสาวะและในเลือดตั้งแต่ประมาณช่วง 11 วันหลังการปฏิสนธิ โดยจะมีระดับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของฮอร์โมน HCG ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงอายุครรภ์
การตรวจวัดค่า HCG จึงสามารถใช้ในการระบุสถานะการตั้งครรภ์และอายุครรภ์คร่าวๆ ได้ เครื่องมือสำหรับตรวจครรภ์ต่างๆ ทั้งวิธีตรวจจากปัสสาวะและวิธีตรวจจากเลือดต่างก็ใช้ค่า HCG นี้เองในการในการหาผลลัพธ์ว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่

ฮอร์โมน HCG เกิดจากอะไร เริ่มต้นเมื่อไหร่
ฮอร์โมน HCG เกิดขึ้นจากการที่รกในผู้หญิงได้รับการกระตุ้นจากการปฏิสนธิที่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้เกิดการหลั่งสารออกมาตั้งแต่ช่วง 11 วันแรก โดยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 9-12 ของการตั้งครรภ์จากนั้นจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
ทั้งนี้ฮอร์โมน HCG จะใช้เวลาในการเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่าเข้าสู่ปัสสาวะ จึงทำให้วิธีตรวจหา HCG ด้วยการใช้เลือดจะได้ผลที่ไวกว่าและแม่นยำมากกว่า
ความสำคัญของการตรวจหาค่า HCG
ค่า HCG เป็นค่าสำคัญที่บอกถึงการตั้งครรภ์ได้ดียิ่งกว่าสัญญาณการตั้งครรภ์ใดๆ จนมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Pregnancy Hormone เพราะเป็นค่าที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการตั้งครรภ์และมีการปฏิสนธิจริงๆ เท่านั้น ดังนั้นหากคุณแม่มีสัญญาณการตั้งครรภ์หรืออาการแพ้ท้องต่างๆ เกิดขึ้น แต่เมื่อตรวจแล้วค่า HCG น้อย นั่นอาจหมายถึงคุณแม่ไม่ได้ท้องจริงๆ เช่น อาจจะกำลังท้องลมอยู่
นอกจากนี้หากพบว่าค่า HCG สูงเกินกว่าปกติก็สามารถช่วยในการวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ เช่นคุณแม่อาจจะกำลังตั้งครรภ์ลูกแฝด นับอายุครรภ์ผิดไม่ตรงตามช่วงเวลาที่ควรจะเป็น หรือมีภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์
การตรวจหาค่า HCG จึงมีประสิทธิภาพสูงมากในการช่วยระบุว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ ทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ จึงช่วยให้คุณแม่เตรียมพร้อมและเข้าพบแพทย์ ฝากครรภ์ รวมไปถึงดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม
ตัวอย่างการดูแลเมื่อตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้วผ่านไปสักประมาณ 10-20 สัปดาห์ ได้แก่ การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมในลูกน้อยโดยการใช้ G-Nipt เพื่อให้ทราบความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมต่างๆ และช่วยให้คุณแม่สามารถรับคำปรึกษาเพิ่มเติมจากแพทย์ได้ตั้งแต่ในระยะแรก
วิธีตรวจค่า HCG แบบต่างๆ
วิธีตรวจค่า HCG มี 2 แบบใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
- ตรวจหาค่า HCG ด้วยตนเอง การตรวจหาค่า HCG ด้วยวิธีนี้สามารถทำได้ง่าย และรู้ผลรวดเร็ว แต่อาจเกิดการตรวจค่าผิดพลาดได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ค่า HCG ในปัสสาวะยังไม่สูงเพียงพอ ใช้งานที่ตรวจด้วยตัวเองผิดวิธี ที่ตรวจหาค่า HCG เสียหรือหมดอายุ ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงได้ทั้งสิ้น
- ตรวจหาค่า HCG โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย การตรวจหาค่า HCG ด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนกว่า และสามารถตรวจได้เร็วกว่า เพราะค่า HCG ในเลือดจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในปัสสาวะ แต่จะใช้เวลารอฟังผลนานกว่าเล็กน้อย และต้องเดินทางไปพบแพทย์
ตรวจหาค่า HCG ด้วยการตรวจปัสสาวะด้วยตัวเอง
การตรวจหาค่า HCG ด้วยการตรวจปัสสาวะด้วยตนเองสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เลือกประเภทของที่ตรวจ ซึ่งประกอบไปด้วย ที่ตรวจหาค่า HCG แบบปล่อยผ่าน ที่ตรวจหาค่า HCG แบบหยด และที่ตรวจหาค่า HCG แบบแถบจุ่ม
- หากใช้ที่ตรวจหาค่า HCG แบบปล่อยผ่าน ให้ถือที่ตรวจโดยหันหัวลูกศรชี้ลงพื้น จากนั้นจึงปัสสาวะผ่านให้ชุ่ม
- หากใช้ที่ตรวจหาค่า HCG แบบหยด ให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะลงในถ้วยก่อนจากนั้นจึงดูดน้ำปัสสาวะไปหยดในที่ตรวจครรภ์
- หากใช้ที่ตรวจหาค่า HCG แบบแถมจุ่ม ให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะลงในถ้วย จากนั้นจึงนำแถบจุ่มมาจุ่ม โดยไม่ให้ปัสสาวะเลยขีดของแถบจุ่ม
เมื่อตรวจตามวิธีต่างๆ เรีบยร้อยแล้วให้นำที่ตรวจหาค่า HCG มาวางพักไว้โดยรอประมาณ 5 นาที หากได้ผลลัพธ์ขึ้นเป็น 2 ขีด นั่นหมายถึงคุณกำลังตั้งครรภ์ ทั้งนี้ผลลัพธ์จากการตรวจด้วยปัสสาวะอาจไม่แน่นอน เพราะมีโอกาสได้ผลบวกลวง (ขึ้น 2 ขีดแต่ไม่ได้ตั้งครรภ์) หรือผลลบลวง (ขึ้น 1 ขีดแต่ตั้งครรภ์)ได้ ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์หลังการตรวจด้วยตนเอง เพื่อตรวจด้วยวิธีที่แม่นยำมากขึ้นต่อไป
ตรวจหาค่า HCG โดยการพบแพทย์
การตรวจหาค่า HCG โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัยมีขั้นตอนการตรวจโดยการเจาะตัวอย่างเลือดและนำไปผ่านแลปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำขึ้น ซึ่งทำให้การตรวจหาค่า HCG ด้วยวิธีนี้มีความแม่นยำสูงสุดและมีโอกาสเกิดผลลวงน้อยมาก เพียงแค่รอการวินิจฉัยประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น
ตัวอย่างค่า HCG ที่เพิ่มขึ้นตามอายุครรภ์
สำหรับคุณแม่บางคนที่อาจสงสัยว่าค่า HCG นี้มันจะเพิ่มขึ้นจนบ่งบอกความแตกต่างของแต่ละช่วงอายุครรภ์ได้จริงหรือ เราก็มีคำตอบให้ โดยหากดูตามข้อมูลสถิติดังนี้จะพบว่าในแต่ละช่วงอายุครรภ์จะมีค่า HCG ที่แตกต่างกันค่อนข้างชัด คือ
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 3 สัปดาห์แรก จะมีค่า HCG อยู่ที่ประมาณ 5 – 50
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 4 สัปดาห์ ค่า HCG จะขยายเพดานสูงขึ้น ไปอยู่ที่หลักร้อย โดยมีค่าประมาณ 5 – 400
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 5 สัปดาห์ ค่า HCG จะพุ่งสูงขึ้นอีกไปอยู่ที่หลักพัน ซึ่งมีค่าประมาณ 18 – 7000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 6 สัปดาห์ ค่า HCG จะพุ่งไปแตะหลักหมื่น โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 1,000-56,000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 7-8 สัปดาห์ ค่า HCG จะมีโอกาสแตะหลักแสนเป็นครั้งแรก โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 7,600 – 229,000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 9-12 สัปดาห์ ค่า HCG จะมีค่าพุ่งสูงสุดอยู่ที่ระหว่าง 25,000 – 288,000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 13-16 สัปดาห์ ค่า HCG จะเริ่มลดลงอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 254,000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 17-24 สัปดาห์ ค่า HCG จะลดลงต่ำลงอีกราวๆ เกือบครึ่งหนึ่ง ไปอยู่ที่ประมาณ 4,000 – 165,000
- ช่วงอายุครรภ์ราวๆ 24-40 สัปดาห์ ค่า HCG จะลดลงเหลือประมาณ 3,600 – 117,000 และจะทยอยลดลงเรื่อยๆ หลังคลอด
จะเห็นว่าค่า HCG นั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุครรภ์จริง จึงสามารถใช้ในการระบุอายุครรภ์ของคุณแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและระบุได้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์แรกๆ ไปจนถึงช่วงใกล้คลอด
สรุป
HCG คือฮอร์โมนสำคัญสำหรับคุณแม่ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการปฏิสนธิเท่านั้น โดยปริมาณของฮอร์โมน HCG นี้นอกจากจะสามารถระบุสถานะการตั้งครรภ์ได้แล้วก็ยังสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย โดยคณแม่สามารถตรวจหาฮอร์โมน HCG ได้ทั้งจากปัสสาวะและจากเลือด แต่การตรวจด้วยเลือดจะมีความแม่นยำมากกว่าและเริ่มตรวจเจอได้เร็วกว่านั่นเอง
References:
พญ. สังวาลย์ เตชะพงศธร., ท้องไม่ท้อง รู้ให้แน่ ด้วยการตรวจครรภ์หาค่าเอชซีจี (hCG)., Available from: https://www.nakornthon.com/article/detail/ท้องไม่ท้อง-รู้ให้แน่ด้วยการตรวจครรภ์หาค่าเอชซีจี-hcg
Human Chorionic Gonadotropin., Available from: https://my.clevelandclinic.org/health/articles/22489-human-chorionic-gonadotropin
Danielle Betz; Kathleen Fane., Human Chorionic Gonadotropin., Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK532950/

