คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนอาจไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ บางคนก็มีอาการคนท้องไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนแล้ว วิธีที่ดีที่สุดที่จะรู้ได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ก็คือการตรวจครรภ์นั่นเอง โดยวิธีตรวจครรภ์มีหลายวิธี สามารถทำได้ทั้งวิธีตรวจครรภ์ด้วยตนเอง และวิธีตรวจครรภ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อไหร่ที่เราควรตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง
สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองตั้งครรภ์หรือไม่ และไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน อาจสงสัยว่าแล้วเมื่อไหร่จึงจะใช้วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองได้ หรือเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มสงสัยและตัดสินใจตรวจครรภ์ โดยปกติแล้วควรตรวจครรภ์เมื่อมีสัญญาณการตั้งครรภ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นเช่นมีอาการคนแพ้ท้อง มีสัญญาณเตือนการตั้งครรภ์ หรือท้องเริ่มมีลักษณะท้องของคนท้องที่โตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ใช่อ้วนลงพุงธรรมดา
วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองดีอย่างไร
วิธีตรวจครรภ์อาจมีหลายวิธีแต่วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และมีราคาถูกกว่าการตรวจโดยการไปพบแพทย์ในทันที เพราะวิธีตรวจครรภ์ด้วยตนเองนั้นสามารถซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจที่บ้านได้เลย และรู้ผลการตั้งครรภ์ในเวลาเพียงราว ๆ 5 นาทีเท่านั้น
โดยหลังจากใช้วิธีตรวจครรภ์ด้วยตนเองแล้ว หากได้ผลลัพธ์ว่าตั้งครรภ์ ค่อยไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ในภายหลังได้ ทำให้มั่นใจว่าท้องชัวร์ ไม่ต้องเสียเวลาไปพบแพทย์หลายรอบนั่นเอง

วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง สามารถทำเองได้ง่าย
วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองที่สามารถทำตามได้ง่าย ทำได้ที่บ้าน ประกอบไปด้วย
- วิธีตรวจครรภ์ด้วยชุดทดสอบแบบปัสสาวะผ่าน
- วิธีตรวจครรภ์ด้วยชุดทดสอบแบบจุ่ม
- วิธีตรวจครรภ์ด้วยชุดทดสอบแบบหยด
ซึ่งมีวิธีการแตกต่างกันเล็กน้อยตามชุดทดสอบที่เลือกใช้แต่อ่านผลลัพธ์ได้เหมือน ๆ กัน
วิธีตรวจครรภ์โดยการปัสสาวะผ่านชุดทดสอบ
เมื่อได้รับชุดทดสอบมาแล้วให้ทำการถอดฝาที่ครอบตัวทดสอบออกแล้วตั้งแท่งในลักษณะหันหัวลูกศรบนชุดทดสอบให้ชี้ลงพื้น จากนั้นจึงปัสสาวะผ่านชุดทดสอบ โดยอาจใช้เวลาปัสสาวะให้นานจนกว่าชุดทดสอบจะเปียกจนชุ่ม หรือปัสสาวะผ่านชุดทดสอบสัก 30 วินาที จากนั้นจึงรอประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้ผลทดสอบการตั้งครรภ์ขึ้นต่อไป
วิธีตรวจครรภ์โดยการใช้ชุดทดสอบแบบจุ่ม
วิธีตรวจครรภ์โดยการใช้ชุดทดสอบแบบจุ่ม เมื่อได้รับชุดทดสอบมาแล้วให้ตรวจสอบว่าในชุดทดสอบมีถ้วยตวงปัสสาวะแถมมาด้วยหรือไม่ หากไม่มีให้เตรียมถ้วยตวงของตัวเอง จากนั้นปัสสาวะลงในถ้วยตวงในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่น้อยจนเกินไป แล้วจึงนำแผ่นทดสอบแบบจุ่ม จุ่มลงไปในน้ำปัสสาวะประมาณ 3 วินาที โดยห้ามจุ่มเลยขีดของแผ่นทดสอบ เสร็จแล้วให้นำออกมาวางรอไว้ประมาณ 5 นาทีให้ผลทดสอบการตั้งครรภ์ขึ้น
วิธีตรวจครรภ์โดยการใช้ชุดทดสอบแบบหยด
วิธีตรวจครรภ์โดยการใช้ชุดทดสอบแบบหยด เมื่อได้รับชุดทดสอบมาแล้วให้ตรวจสอบว่าในชุดทดสอบมีถ้วยตวงปัสสาวะด้วยหรือไม่ หากไม่มีให้เตรียมถ้วยตวงของตัวเอง จากนั้นปัสสาวะลงไปในถ้วยตวง แล้วจึงใช้หลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะจากในถ้วยตวงไปหยดในตลับทดสอบการตั้งครรภ์ โดยหยดประมาณ 3-4 หยด แล้วจึงวางพักไว้ รอประมาณ 5 นาทีให้ผลทดสอบการตั้งครรภ์ขึ้น

ที่ตรวจครรภ์ทำงานอย่างไร ทำไมต้องเลือกเวลาตรวจครรภ์ที่เหมาะสม
รู้จักวิธีตรวจครรภ์ด้วยตนเองด้วยวิธีต่าง ๆ กันไปแล้ว มาทำความรู้จักกับที่ตรวจครรภ์เหล่านั้นกันบ้างว่ามีการทำงานอย่างไร ทำไมเราจึงตรวจครรภ์ทันทีที่สงสัยไม่ได้?
การทำงานของที่ตรวจครรภ์ไม่ว่าจะเป็นการตรวจครรภ์ด้วยตัวเองหรือตรวจครรภ์กับแพทย์ก็จะใช้วิธีการตรวจหาฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในเลือดหรือในปัสสาวะว่ามีปริมาณสูงขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์หรือไม่ เนื่องจากฮอร์โมน HCG จะเพิ่มปริมาณขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์
ทว่าฮอร์โมนดังกล่าวนี้อาจไม่ได้ขึ้นถึงระดับที่ตรวจสอบได้ด้วยที่ตรวจครรภ์ในทันที ดังนั้นจึงควรรอสัก 1 สัปดาห์หลังช่วงเวลาที่ประจำเดือนควรจะมาหรือรอสัก 21 วันเสียก่อน เพื่อให้ฮอร์โมน HCG อยู่ในระดับที่สูงเพียงพอที่จะใช้วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองแล้วตรวจเจอได้อย่างแน่นอน เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้รับผลตรวจครรภ์ที่ผิดพลาดจากการมีปริมาณฮอร์โมนน้อยเกินไปจนที่ตรวจครรภ์ตรวจไม่พบ
การอ่านผลลัพธ์จากชุดทดสอบการตั้งครรภ์
หากใช้วิธีตรวจครรภ์โดยใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ตามที่กล่าวมา ก็สามารถอ่านผลลัพธ์เองได้ไม่ยาก เพียงรอเวลาให้ผ่านไปสักประมาณ 5 นาทีจากนั้นดูว่าที่ตรวจครรภ์ขึ้น 2 ขีดหรือไม่ โดยขีดบนที่ตรวจครรภ์จะประกอบไปด้วย
- ขีดควบคุม (Control Line) ซึ่งจะเป็นตัวอักษร C อยู่บนที่ตรวจครรภ์
- ขีดทดสอบ (Test Line) ซึ่งจะเป็นตัวอักษร T อยู่บนที่ตรวจครรภ์
หากผลลัพธ์ออกมามีสองขีดนั่นหมายถึงว่าได้ผลเป็นบวก แสดงว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่นั่นเอง แต่หากขีดที่สองบริเวณขีดทดสอบขึ้นจาง ๆ อาจจะลองตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจหลังผ่านไปสัก 1 สัปดาห์ก็ได้
ในขณะที่หากขึ้นแค่ขีดควบคุมขีดเดียวนั่นคือผลเป็นลบ หมายถึงไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น แต่ก็อาจมองอีกทางได้ว่าระดับฮอร์โมน HCG ยังน้อยอยู่จึงตรวจไม่พบ และหากไม่มีขีดใดขึ้นมาเลยแสดงว่าที่ตรวจครรภ์อาจเสีย หรืออาจมีข้อผิดพลาดอย่างอื่นเกิดขึ้นก็ได้
ตรวจแล้วได้ผลว่าท้องควรทำอย่างไรต่อ?
เมื่อใช้วิธีตรวจครรภ์ด้วยตนเองวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วได้ผลลัพธ์ว่าท้อง ขั้นตอนต่อไปที่คุณแม่ควรทำคือการไปฝากครรภ์นั่นเอง หากยังลังเลใจว่าจะฝากครรภ์ที่ไหนดีให้เลือกสถานที่ฝากครรภ์ที่ไว้ใจได้ และมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ รวมไปถึงใช้บริการตรวจดาวน์ซินโดรมเพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยจะแข็งแรงและเติบโตสมวัยตามพัฒนาการต่อไป
สรุป
วิธีตรวจครรภ์ด้วยตัวเองมีทั้งหมด 3 วิธีด้วยกัน ตามรูปแบบชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและใช้ที่บ้านได้สะดวก เมื่อตรวจครรภ์ด้วยตัวเองแล้วได้ผลลัพธ์ว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ ให้คุณแม่ไปฝากครรภ์ทันที เพื่อให้ลูกน้อยอยู่ในการดูแลของแพทย์และคุณแม่สามารถเตรียมพร้อมรับมืออาการที่มาพร้อมกับการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม
Pregnancy Tests., Available from : https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/9703-pregnancy-tests
ท้องไม่ท้อง รู้ให้แน่ ด้วยการตรวจครรภ์หาค่าเอชซีจี (hCG)., Available from: www.nakornthon.com/article/detail/ท้องไม่ท้อง-รู้ให้แน่ด้วยการตรวจครรภ์หาค่าเอชซีจี-hcg
ท้องหรือไม่ดูอย่างไร (ฉบับ Update ปี 2566)., Available from: www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/pregnancy-test
