เด็กพิเศษคืออะไร? เหมือนหรือแตกต่างจากเด็กดาวน์และเด็กปัญญาอ่อนอย่างไร ในบทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักกับเด็กพิเศษประเภทต่าง ๆ และแนะนำแนวทางการตรวจลูกน้อยของคุณเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือได้อย่างเหมาะสม
ทำความรู้จัก “เด็กพิเศษ”
เด็กพิเศษคือเด็กที่ต้องการการดูแลมากกว่าเด็กทั่ว ๆ ไปในด้านต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่ามีความบกพร่องหรือข้อจำกัดในด้านใด เช่น มีข้อบกพร่องทางร่างกาย มีสภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคง หรือมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ล่าช้าผิดปกติ ดังนั้นการรู้ว่าลูกของคุณเป็นเด็กพิเศษตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมพร้อมดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง และสามารถเข้าสังคมอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ดีขึ้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นเด็กพิเศษ ตรวจสอบได้ตั้งแต่ในครรภ์เลยไหม
การตรวจทารกในครรภ์มีความผิดปกติหรือลูกน้อยเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ สามารถตรวจได้ตั้งแต่ในครรภ์ เพราะความบกพร่องหรือข้อจำกัดส่วนมากมักเกิดจากโครโมโซมที่ผิดปกติ หากตรวจดูจำนวนและลักษณะของโครโมโซมโดยใช้เทคโนโลยี NIPT ก็จะช่วยให้คุณแม่รู้ผลโครโมโซมลูกได้ตั้งแต่ 10-20 สัปดาห์แรกหลังตั้งครรภ์
การตรวจด้วยเทคโนโลยี NIPT มีข้อดีหลากหลายเพราะใช้ปริมาณเลือดน้อยและได้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูง เช่น การตรวจดาวน์ซินโดรมโดยใช้ G-nipt ซึ่งใช้เลือดเพียง 8-10 CC และนำไปวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีลำดับเบสร่วมกับ AI ทำให้ได้ผลโครโมโซมของลูกน้อยว่ามีโอกาสเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ภายในเวลาเพียง 5-7 วันเท่านั้น

เด็กพิเศษมีกี่ประเภท
ทำความรู้จักเด็กพิเศษและวิธีตรวจว่าลูกน้อยของคุณเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์กันไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าแล้วเด็กพิเศษมีกลุ่มแยกย่อยหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
- เด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง
- เด็กพิเศษที่มีความสามารถสูงกว่าปกติ
- เด็กพิเศษที่ยากจนหรือด้อยโอกาส
ทว่าในปัจจุบันเมื่อพูดถึงเด็กพิเศษแล้ว โดยมากมักจะสื่อถึงเด็กที่มีความบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลอย่างต่อเนื่องมากกว่าประเภทอื่น ๆ
เด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง
เด็กพิเศษที่มีความบกพร่องสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของเด็กคนนั้น ได้แก่
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านการมองเห็น ประกอบไปด้วยเด็กที่ยังพอมองเห็นได้เลือนรางตลอดจนเด็กที่มองไม่เห็นเลย ทำให้ต้องสื่อสารด้วยวิธีอื่นแทน
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านการได้ยิน ประกอบไปด้วยเด็กที่ยังพอได้ยินอยู่บ้าง ใช้เครื่องช่วยฟังช่วยเหลือได้ ตลอดจนเด็กที่สูญเสียการได้ยินไปเลย ทำให้ต้องสื่อสารด้วยวิธีอื่นแทน
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านการสื่อสาร (การพูดและการใช้ภาษา) ประกอบไปด้วยเด็กที่พูดได้แต่พูดติด ๆ ขัด ๆ หรือพูดไม่ชัด ตลอดจนเด็กที่ไม่สามารถทำความเข้าใจความคิดและคำพูดของคนอื่นได้ ทำให้เข้าสังคมได้ยากเพราะสื่อสารกับคนรอบตัวไม่ค่อยได้
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ประกอบไปด้วยเด็กที่อวัยวะบางส่วนผิดเพี้ยนหรือขาดหายไป ตลอดจนเด็กที่กล้ามเนื้อและกระดูกมีความผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมอย่างเด็กทั่ว ๆ ไปได้ อาจถึงขั้นต้องหยุดเรียนในบางครั้ง
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านสติปัญญา คือเด็กที่มีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำกว่า 70 ทำให้มีพัฒนาการล่าช้า อาจเข้าสังคมได้ยาก
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านการเรียนรู้ ประกอบไปด้วยการเรียนรู้ด้านร่างกายเช่น การเคลื่อนไหว ตลอดจนการใช้สมองประมวลผล เช่นการคิดคำนวณ และการใช้ภาษา ทำให้เรียนรู้ได้ช้ากว่าเพื่อนคนอื่น ๆ รอบตัว
- เด็กพิเศษที่บกพร่องด้านอารมณ์และพฤติกรรม คือเด็กพิเศษที่ไม่สามารถอารมณ์และความคิดของตนเองได้เนื่องจากความผิดปกติทางด้านจิตใจหรือสมอง ทำให้เกิดเป็นกลุ่มอาการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน ส่งผลต่อการเข้าสังคมและการใช้ชีวิตประจำวัน
- เด็กพิเศษที่มีภาวะออทิสติก คือเด็กที่ระบบในสมองทำงานผิดปกติ ทำให้มีความบกพร่องในการเข้าสังคมและมีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ
- เด็กพิเศษที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน (พิการซ้ำซ้อน) คือเด็กพิเศษที่มีความผิดปกติมากกว่า 1 ประเภทในคนเดียว ทำให้ต้องการการดูแลที่หลายด้านมากขึ้น

เด็กพิเศษแตกต่างจากเด็กดาวน์และเด็กปัญญาอ่อนหรือไม่
เด็กพิเศษ เด็กดาวน์ และเด็กปัญญาอ่อน ถือเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก เนื่องจากเด็กพิเศษนั้นเปรียบเสมือนเป็นร่มคันใหญ่ ที่มีเด็กดาวน์และเด็กปัญญาอ่อนอยู่ภายใต้ร่มอีกที เพราะเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องด้านสติปัญญาอาจเป็นทั้งเด็กที่มีภาวะปัญญาอ่อน หรือเด็กที่เป็นโรคทางพันธุกรรมอย่างดาวน์ซินโดรมก็ได้
สรุป
เด็กพิเศษคือเด็กที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษในด้านต่าง ๆ เนื่องจากความบกพร่องที่อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคทางพันธุกรรม ทั้งนี้เด็กดาวน์และเด็กปัญญาอ่อนอาจเป็นสาเหตุของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องด้านสติปัญญาได้ ดังนั้นการตรวจโรคทางพันธุกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ใช้ G-nipt ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ทราบผลอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเตรียมการดูแลที่เหมาะสมให้ลูกน้อยได้อย่างทันท่วงที
References:
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ – Children with special needs., Available from https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/children-with-special-needs
รู้จักเด็กพิเศษ เด็ก 3 กลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเอาใส่ใจ., Available from https://www.pobpad.com/รู้จักเด็กพิเศษ-กลุ่มเด
ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา / ภาวะปัญญาอ่อน (Intellectual Disabilities / Mental Retardation)., Available from https://th.rajanukul.go.th/preview-4009.html
ดาวน์ซินโดรม (DOWN SYNDROME) …รู้ก่อนได้ เพื่อเตรียมพร้อมการดูแล., Available from https://bangpo-hospital.com/down-syndrome/
